สมบัติของพระอรหันต์

หลวงปู่หลุย จนทสาโร

การภาวนาลมหายใจเข้าออก เพื่อเป็นการพยุงความรู้ให้เด่น จะได้ปรากฏลมขัดขึ้นกับใจ ชำนาญลมแล้วน้อมเข้าไปท่ามกลางอก โดยเฉพาะสำคัญอยู่ด้วยสติ มีสติกำกับใจ ให้มีกำหนดลมทุกขณะเข้าออกสั้นยาว จนลมละเอียดเข้าไปทุกทีจนละเอียด กองลมกับจิตเป็นอันเดียวกัน ทีนี้ให้กำหนดลมอยู่โดยเฉพาะ ใจไม่ต้องกังวลบริกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อลมกับจิตละเอียดแล้วจะเกิดความสว่างไสว เยือกเย็น เป็นความสงบสุขรู้อยู่ในเฉพาะใจ ไม่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ใดๆ เพราะจิตวางภาระ มีความรู้อยู่เฉพาะใจดวงเดียว คือเป็นหนึ่ง (เอกัคตารมณ์) นี่ ผลที่ได้จากอานาปานสติกรรมฐาน ส่วนการภาวนาส่วนอื่นๆ ก็ดุจเดียวกัน นี่เป็นความสุข ที่สุขุมยิ่งกว่าที่เป็นมาแต่เก่าก่อน

* อำนาจ ทุกข อนิจจ อนตตา ชำนิชำนาญแล้วไม่มีเวลาดับ สว่างเรื่อย ๆ เพราะกำจัดความมืดคือ อวิชชา นี้เป็นสมบัติของพระอรหันต์จิตคงที่ จิตไม่กลับกลอก เพราะทานมีญาณและปัญญาผลิมาจากไตรลักษณ์

* อวิชชา ความรู้โกหกอันเดียว เที่ยวรังแกอริยสัจความจริงของพระธรรม เมื่อรู้ธรรมแล้วจิต กายปกติดี ไม่กดขี่บังคับ หรือ ส่งเสริมใด ๆ จากใจที่เคยเป็นมา ทั้งนี้เนื่องจากเป็นธรรม มีความเสมอภาค และให้ความเสมอภาคในสิ่งทั้งปวง จึงหมดศัตรูต่อกันเพียงนี้ ถึงอรหันต์แล้วชนะอวิชชา ไม่มีตำหนิติชมให้เขาเป็นอะไรอีกแล้ว ชาวเมืองอยู่เป็นสุข เพราะอวิชชาเป็นมหาโจร เบียดเบียนชาวเมืองไปต่าง ๆ พระอรหันต์ท่านรักษาธาตุขันธ์ของท่านไป แต่ไม่ประคอง ราคะ โทสะ โมหะ ให้เดือดร้อน เป็นสุขอย่างยิ่ง

* ภาวนานั้น ถ้ามีแต่สมาธิอย่างเดียว ต้องมีนิมิตต่าง ๆ หลอกอยู่เรื่อย ๆ เกิดจากอุปจารสมาธิ มีอุคหนิมิต ทำให้เป็นบ้าไปได้ ทำให้จมอยู่ในสมาธิความสงบและสุขไปได้ ถ้าภาวนาเอาวิปัสสนาผสมสมาธิแล้ว ย่อมไม่กำเนิดนิมิต เพราะไตรลักษณ์ล้างอยู่เสมอ และไม่สำคัญตนและไม่เป็นบ้า เกิดนิมิตทั้งหลายก็รู้เท่าทัน ดังนี้เป็นต้น

* ทรมานกายนั้น ทรมานด้วยปฏิภาคนิมิตและอุคหนิมิต ทำอุปจาระ อัปปนาสมาธิ ให้แจ่มแจ้งชำนิชำนาญ จึงจะถอนอุปทานในรูปขันธ์เสียได้ (คือ เบื่อหน่าย)

* ส่วนทรมานนามธรรม เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นั้น ให้ละด้วยไตรลักษณ์อย่างเดียว เพราะเป็นชั้นละเอียด

* อวิชชาครองเป็นบัลลังก์มาอเนกชาติ อวิชชาดวงนี้จะเที่ยว เกิด แก่ เจ็บ ตาย หมุนเวียนไปได้ทุกกำเนิด สูง ต่ำ ดี ชั่ว ในภพทั้ง 3 แม้จะแบ่งภพของสัตว์ไว้ต่าง ๆ กัน ในภพนั้น ๆ ไว้มากเท่าไร ใจอวิชชาดวงนี้สามารถเกิดได้ทุกภพ ทุกชาติ ที่ใจดวงนี้มีการเกี่ยวข้อง ถือเรื่องผิดของตนเป็นลำดับ อวิชชาดวงเดียวนี้ ก่อเหตุร้ายป้ายสีไปทั่วโลกธาตุให้แปรสภาพคือธาตุล้วนของเดิม คือ อริยสัจไปต่าง ๆ ตามแต่อวิชชาจะตบแต่ง พระอรหันต์ชนะด้วยปัญญาเห็นชอบ เห็นตรงตามอริยสัจ

* อวิชชากับจิตกลมเกลียวกัน ทำบาปกรรมต่าง ๆ ในภพน้อยใหญ่ เที่ยวเร่ร่อนในไตรภพไม่รู้จักจบ

* นักปฏิบัติอย่างหลงกิเลสอย่างละเอียด ให้ใช้ปัญญาอริยสัจให้มาก ๆ ประกอบความเท็จจริง อริยสัจ ไตรลักษณ์เป็นขอบเขต ล้างกิเลสทั้งหลายให้พินาศไป เมื่อเห็นความไม่เที่ยงแล้ว จะเห็นความเที่ยงของจิตกลั่นมาจากความไม่เที่ยง ทุกข อนิจจ อนตตา นักปฏิบัติต้องทำใจให้เข้มแข็งต่อการทรมานจิตของตน ไม่ให้กระทบกระเทือน อัตตกิลมถานุโยค กามสุขัลลิกานุโยค ให้ไปโดยสายกลาง

* ให้ใช้ปัญญาเร่งความเพียรไม่หยุดยั้ง ขอให้ประกอบด้วยไตรลักษณ์ กิเลสมันจะเกิดขึ้น ณ ที่ไหน กิเลสก็ อยู่ ณ ที่ใจ ปัญญาก็อยู่ ณ ที่ใจ ไตรลักษณ์เป็นธรรมอุกฤษฏ์ ชำระกิเลสออกจากจิต ได้เดินมรรคพอแล้ว มันแก้เอง